Read this article in English (340K)

Primlarp Chukiatman Photo by Byoung Sup Ghill

 

 

ห้าวันใน มหกรรมพืชสวนโลก ราชพฤกษ์ 2549 - ตอนที่ 1

โดย : นาวาอากาศตรีหญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น

ขอสารภาพกับท่านผู้อ่านก่อน ว่า ตอนที่อี-เมลล์ คุยกับคุณคิด น๊อต์ต ว่าในระหว่างวันที่ 15 20 พฤษจิกายน 2549 ปริมลาภ และ คุณพ่อ จะไปสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง การพัฒนาบัวให้เป็นพืชเศรษฐกิจ และ ก็เลยจะเข้าชมงาน มหกรรมพืชสวนโลกฯ แบบตามใจเรา แล้วก็กะว่าจะมาเขียนเป็นบทความเพื่อลงใน Online Journal ให้ WGI นั้น คิดเอาเองว่า เป็นเรื่องไม่ยากเท่าไรและน่าจะเสร็จได้ในตอนเดียว แต่ที่ไหนได้ พอเราเข้าไปชมจริงๆ แล้ว ต้องบอกเลยว่า ตอนเดียวไม่พอแน่ๆ เพราะ มีเรื่องราวมากมายที่สามารถนำมาเขียนได้ทุกจุด ทุกตอนและก็อยากให้ผู้อ่านได้ดูรูปมากๆด้วย ถึงจะเข้าใจในสิ่งที่อยากจะเล่าได้ทั้งหมด

นี่ก็เลยเป็นสาเหตุให้ต้องแบ่งเรื่องต่างๆออกเป็นตอนๆตามหัวข้อต่างๆดังนี้ :-

        ความเป็นมาของงาน ภาพรวมจุดที่น่าสนใจในงาน

        สวนองค์กรเฉลิมพระเกียรติ สวนนานาชาติ และสวนไม้น้ำ

        สวนกล้วยไม้ไทย สวนเขตร้อนชื้น และ สวนไม้ในร่ม

        สวนไม้เมืองหนาว สวนพืชเขตร้อนทะเลทราย และ เทคโนโลยีการปลูกเลี้ยง

        นิทรรรศการ และ ส่วนจัดแสดงหมุนเวียนต่างๆ (เท่าที่มีโอกาศได้เข้าชม) รวมภาพถ่ายของแถมจากสถานที่ท่องเที่ยวข้างเคียง

 

 

Indoor exhibition

 

The biggest umbrella at the main entrance

Ticket Zone

 

งานมหกรรมพืชสวนโลก ราชพฤกษ์ 2549 เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจระหว่างองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ โดยทำการจัดแสดงพืชพรรณไม้ต่างๆจากทั่วโลกนำมาจัดแสดงในพื้นที่ 470 ไร่ ของ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวง อ.แม่เหี๊ยะ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยใช้เวลาในการจัดเตรียมงานด้านสถาปัตยกรรม และ ปรับพื้นที่ออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม ประมาณ 2-3 ปี ก่อนถึงวันจัดแสดงจริงซึ่งกำหนดให้อยู่ในระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2549 31 ม.ค. 2550 รวมเวลาทั้งหมดในการจัดแสดง 92 วันเต็ม

 

Hill from main entrance

Holland Garden

Royal Pavilion

Outdoor Theater

 

อีกทั้งในปี 2549 ยังเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้เป็นที่รักและเทิดทูนของชาวไทยทุกคน ทรงครองศิริราชสมบัติครบ 60 ปี ทำให้งานนี้จึงเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่ทุกคนตั้งใจทำเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวาระอันเป็นมหามงคลนี้อีกด้วย อีกทั้งยังมีมิตรประเทศต่างๆเข้าร่วมจัดแสดงส่วนนานาชาติ นำส่งไม้หายากประจำประเทศนั้นๆมาจัดแสดงทั้งพื้นที่กลางแจ้งและพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน

 

Shade Paradise

Biotech Greenhouse

 

Royal Pavilion Zone

Foothills rubber forest

จุดที่น่าสนใจ สำหรับตัวผู้เขียน ก็จะเริ่มจาก ลานราษฏร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจะจัดตกแต่งไม้ดอกประดับประเภทไม้พุ่มเตี้ย และ สถาปัตยกรรม บนพื้นที่โล่งเป็นแนวแกนแบ่งส่วนระหว่าง สวนที่จัดบนพื้นที่ค่อนข้างราบ กับ สวนที่จัดแสดงตามแนวเชิงเขา ตรงพื้นที่นี้จะมองเห็น เมื่อมองผ่านสวนถวายพระพร ซึ่ง จัดเป็นสวนไม้พุ่มตกแต่งด้วยปฏิมากรรมรูปร่างต่างๆที่ศิลปินบรรจงออกแบบเพื่อประดับในงานนี้โดยเฉพาะ ด้านหลังจะเห็นอาคารขนาดใหญ่สูง 2 ชั้นรุปแบบทรงไทยล้านนาประยุกต์ ก็คือ หอคำหลวง โดยชั้นล่างจัดเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการแนวทางการพัฒนาทางการเกษตร และ แหล่งน้ำ โดยแนวทางพระราชดำริของพระเจ้าอยู่หัวของเรา เช่น โครงการฝนหลวง โครงการรักษาสภาพดินด้วยหญ้าแฝก แนวคิดเศรษฐกิจแบบพอเพียงและอื่นๆอีกมาก ชั้นบนเป็นการจัดแสดงภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจต่างๆของพราะเจ้าอยู่หัวที่รักของพวกเรา พื้นที่ระหว่างลานราษฎร์เฉลิมพระเกียรติ และ หอคำหลวง จะมีจุดที่ชาวไทยทุกคนแวะก็คือ ปฏิมากรรมรูปต้นไม้ประดิษฐ์ ต้นโพธิ์แห่งความจงรักภักดี ซึ่งจะมีโซ่ให้แขวนใบโพธิ์ทองแดง ที่แต่ละคนสามารถลงนามถวายพระพรให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทุกคน

 

Homage Garden

Sculpture in Homage Garden

 

In front of the Royal Pavilion

The Royal Pavilion

 

The Royal Pavilion

The Royal Pavilion and friends

 

The Royal Pavilion looking from Homage Garden

 

 

Leaves of our Loyalty to the King

Bhodi Tree sculpture

Bhodi Tree for the King

เมื่อเราได้ไปยืนอยู่บน หอคำหลวง มองย้อนไปยัง ต้นโพธิ์แห่งความจงรักภักดี เราก็เกือบจะเห็นภาพรวมของทั้งพื้นที่งานราชพฤกษ์ ได้ทั้งหมด ดังนี้ ทางด้านซ้ายมือของ หอคำหลวง เป็นพื้นที่ค่อนข้างราบจัดแสดงสวนที่จัดตกแต่งโดย นานามิตรประเทศ ก็คือ สวนนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ และ สวนที่จัดตกแต่งโดย องค์กรภาครัฐและเอกชน ก็คือ สวนองค์กรเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจะอยู่ไกลออกจากหอคำหลวง ติดกับทางเข้าออกหลักของงาน ที่สำคัญในพื้นที่นี้ยังมี เรือนกล้วยไม้ ที่เป็นแหล่งรวมกล้วยไม้จากนานาชาติ

 

From the second floor looking back to the Bhodi Tree for the King

Left side picture

 

Rare orchid in the Orchid Pavilion

 

 

 

 

 

พื้นที่ทางขวามือของ หอคำหลวงจะเป็นพื้นที่ลาดชันที่นำมาจัดแสดงสวนรูปแบบต่างๆ เช่น สวนไทย สวนขั้นบันได สวนผัก เรือนร่มไม้ อาคารไบโอเทค อาคารแสดงพืชเขตร้อนทะเลทราย อาคารพืชไร้ดิน อาคารพืชเมืองหนาว (ทั้ง 4 อาคารนี้ตำแหน่งอยู่ต่อเนื่องกันบนเชิงเขา) ตรงข้ามอาคารเหล่านี้ก็คือ โดมแสดงพืชในเขตร้อนชื้น ถัดออกมาก็จะ เจอ สวนไม้น้ำ (แต่ค่อนข้างผิดหวังนะเพราะบัวไม่ออกดอกเนื่องจากอยู่ในช่วงพักตัวในฤดูหนาว แม้แต่บัวหลวงพันธ์โมฮิเรง ที่ญี่ปุ่นเอามาปลูกในสวนญี่ปุ่น ก็ยังโตไม่เต็มที่เลยคงเพราะผิดอากาศ) แล้วก็จะผ่านมายังลานริมน้ำ ซึ่งจะมีการจัดแสดงแสงสีเสียง กับน้ำพุ ทุกวันในเวลาประมาณ 18.00-18.45 น. ในระหว่างพื้นที่เหล่านี้มีการจัดแสดงต่างๆที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมไทย และความเป็นอยู่อาธิ สวนใต้ร่มยาง บ้านชาวดอย สวนสมุนไพร เรือนไทย 4 ภาค เป็นต้นจากนั้น ก็จะย้อนกลับมายังลานราษฎร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจะมีอาคารนิทรรศการหมุนเวียน (ขอแนะนำว่า เหมาะเป็นที่หลบพักร้อนในยามบ่ายเป็นอย่างยิ่ง) แล้วก็จะถึงทางออก ซึ่งจะมีการออกร้านค้าขายของที่ระลึก และร้านต้นไม้อยู่บริเวณนี้

 

View from foothill garden

Twilight time in front royal pavilion

Flowers in Temperate Greenhouse

 

Night time in the Corporate Garden

Lakeside area

นี่ก็คือภาพรวมของงานทั้งหมดในเชิงกายภาพที่ ผู้เขียนพยายามเรียบเรียงมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อความเข้าใจในภาพรวมของงาน ทั้งนี้ในตอนหน้าจะทำการเขียนในรายละเอียดแต่ละพื้นที่มาให้ชาวสมาชิก Online Journal ของ WGI พร้อมรูปสวยๆมาให้ดูกันต่อไปค่ะ

 

WGI ONLINE Journal Table of Contents

Water Gardeners International
Home | Join WGI | Members' Exclusive | Gateway to Water Gardening