|
English
| Thai |
|||
|
‘สยามบลูฮาร์ดดี้’ (Nymphaea
'Siam Blue Hardy') ผสมพันธุ์,
บทความ
และภาพ โดย
ไพรัตน์
ทรงพานิช ยืนยันความถูกต้องทางพันธุกรรม
โดย ดร.วิภา
หงษ์ตระกูล แก้ไขบทความ
โดย
ดร.เสริมลาภ
วสุวัต Click images to enlarge |
||
|
ความเป็นมา ในบรรดาผู้หลงใหลการปลูกบัวอุบลชาติ (waterlilies) เขาสามารถสร้างสรรค์บัวให้ได้ดอกที่มีรูปร่างและขนาดต่างๆกัน รวมทั้งมีกลิ่นหอม สีสันสะดุดตา และความหลากหลายของสีดอก แต่อย่างไรก็ตามการผสมพันธุ์บัวฝรั่ง (hardy waterlily) ให้ได้ดอกที่มีสีน้ำเงินนั้น นับเป็นความพยายามและความใฝ่ฝันของนักปรับปรุงพันธุ์บัวจากทั่วโลก มีหลักฐานที่บันทึกไว้แสดงให้เห็นว่าได้มีความพยายามในการผสมพันธุ์บัวให้ได้บัวฝรั่งสีน้ำเงิน (blue hardy waterlily) มานานกว่า 100 ปีมาแล้ว (ดูรายละเอียดใน The Historical Perspective) |
||
|
N. ‘ |
เป้าหมาย จากหลักฐานเอกสารที่ปรากฏ ทั้ง Bory Latour-Marliac, Andreas Protopapas and Perry D. Slocum (รายละเอียดใน The Historical Perspective) ล้วนเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนใฝ่ฝันที่จะสร้างสรรค์ “บัวฝรั่งสีน้ำเงิน” เช่นกัน ถึงแม้จะมีผู้กล่าวว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะผสมพันธุ์ข้ามระหว่างบัวฝรั่งกับบัวผันก็ตาม แต่สำหรับผู้เขียนแล้วคิดว่า ความหวังยังพอมีและนี่เป็นสิ่งท้ายทายให้อยากทดลอง |
|
|
ตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 ผู้เขียนได้รับคำแนะนำที่มีค่าจากดร.เสริมลาภ วสุวัต ในการผสมพันธุ์บัว ซึ่งดร.เสริมลาภ เป็นผู้ได้รับเกียรติจากสมาคมบัวโลกให้จารึกชื่อท่านในหอเกียรติยศ (Hall of Fame) นอกจากนั้นผู้เขียนได้ศึกษาหาความรู้เรื่องบัวจากเว็บไซด์และเอกสารต่างๆ เริ่มทำการผสมพันธุ์บัวอย่างจริงจังตั้งแต่ปี ค.ศ.2003 เป็นต้นมา ผู้เขียนได้ทุ่มเทความพยายามสานฝันในการผลิตบัวฝรั่งสีน้ำเงินให้เป็นจริง |
Dr. Slearmlarp Wasuwat |
|
|
วิธีการ บัวอุบลชาติ (Family Nymphaeaceae Genus Nymphaea) ประกอบด้วย 5 สกุลย่อย (subgenus) ได้แก่ Anecphya, Brachyceras, Hydrocallis, Lotos และ Nymphaea ซึ่งมีอยู่เพียง 2 สกุลย่อยเท่านั้นที่ให้ดอกสีน้ำเงิน คือ Anecphya และ Brachyceras จากการมุ่งเป้าไปที่การผลิตบัวฝรั่งสีน้ำเงิน ผู้เขียนจึงใช้บัวสกุลย่อย Nymphaea (บัวฝรั่ง) เป็นแม่ (pod parent) ต้นที่นำมาใช้เป็นแม่ ผู้เขียนพิจารณาจากต้นที่มีประวัติการติดฝักง่าย ส่วนต้นที่จะนำมาใช้เป็นพ่อ (pollen parent) ใช้พันธุ์ใน 2 สกุลย่อย Anecphya และ Brachyceras ที่ให้ดอกสีน้ำเงินที่กล่าวข้างต้น ทั้งนี้เพื่อหวังผลของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสีน้ำเงินจากต้นพ่อไปสู่รุ่นลูก |
||
|
Subgenus Anecphya |
Subgenus Brachyceras |
|
|
ผลลัพธ์ จากการทดลองใช้พันธุ์ในสกุลย่อย Nymphaea ผสมกับ Anecphya ผลการทดลอง ไม่ประสพผลสำเร็จ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากคู่ผสมมีจำนวนโครโมโซม (chromosome numbers) ที่ต่างกันมาก แต่ในการผสมพันธุ์ในสกุลย่อย
Nymphaea กับ Brachyceras
ประสพผลสำเร็จตามที่ต้องการ
ได้ฝัก-เมล็ด
เพาะได้พันธุ์ลูกผสมที่มีสีม่วงน้ำเงิน |
N. ‘ |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
การพิสูจน์ความเป็นลูกผสม การพิสูจน์ความเปนลูกผสม (hybridity) ของพืชระดับชนิดย่อย
(subspecies) ใชวิธีการตรวจสอบจากลักษณะทางสัณฐานวิทยา
(morphology marker) ที่ปรากฏในตนที่ไดจากการผสมพันธุ
เปรียบเทียบกับลักษณะที่ปรากฏในพอและแม่ก็เพียงพอแล้ว
แต่อาจไม่เพียงพอกับลูกผสมของพืชระดับสกุลย่อย
การพิสูจน์ลูกผสมครั้งนี้จึงใช้วิธีตรวจสอบองค์ประกอบเครื่องหมายในโมเลกุล
(molecular marker)
เข้าร่วมพิสูจน์ด้วย |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
การตรวจสอบลักษณะทางสัณฐานวิทยา ลักษณะทางสัณฐานวิทยาที่ปรากฏในต้นที่ได้จากลูกผสมเปรียบเทียบกับลักษณะที่ปรากฏในพ่อ-แม่สามารถยืนยันได้ว่า
ลูกผสมนี้เป็น
“บัวฝรั่งสีน้ำเงิน
(blue hardy waterlily)”จริง |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ตารางที่
1: ลักษณะของพ่อ-แม่และลูกผสม
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
จากลักษณะของพ่อ-แม่และลูกผสมที่ปรากฏในตาราง
แสดงให้เห็นว่าลูกผสมสามารถรับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมมาจากทั้งแม่
(Nymphaea)
และพ่อ (Brachyceras)
โดยได้รับลักษณะ
Carpel แบบ Syncarpous, ขอบใบเรียบ
และการเจริญเติบโตของลำต้นใต้ดินในแนวนอนจาก
Nymphaea
และได้รับลักษณะดอกสีม่วงน้ำเงิน
และชูเหนือน้ำ
จาก Brachyceras |
|
|
การตรวจสอบด้วยเครื่องหมายโมเลกุล การตรวจสอบด้วยเครื่องหมายโมเลกุล คือการใช้ DNA มาเป็นเครื่องหมายในการตรวจสอบถึงความแตกต่างในระดับของยีน หรือ DNA ในพืชที่เราทำการศึกษา ซึ่งมีความถูกต้องแม่นยำและมีความจำเพาะมากกว่าการตรวจสอบด้วยลักษณะทางสัณฐานวิทยา ลูกผสมได้รับการยืนยันทางพันธุกรรมโดย
ดร. วิภา
หงษ์ตระกูล
ภาควิชาพันธุศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โดยใช้เครื่องหมาย
พีซีอาร์-อาร์เอฟแอลพี
(PCR-RFLP marker) จำเพาะกับลำดับเบสของไอทีเอส
(ITS sequence) ภายหลังการตัดด้วยเอนไซม์ตัดจำเพาะ
3 ชนิดคือ AluI, RsaI และ MseI (ภาพที่
1) จากลายพิมพ์ดีเอ็นเอที่ได้
พ่อและแม่มีรูปแบบของลำดับเบสหรือแอลลีลที่แตกต่างกันซึ่งแอลลีลจากพ่อ
1 แอลลีล
และ
แอลลีลจากแม่
1 แอลลีล
พบรวมอยู่ในลูกผสมที่ได้ |
|
|
ลูกผสมข้ามสกุลย่อย การผสมข้ามสกุลย่อย
(Intersubgeneric crosses) ของบัวยากที่จะประสพผลสำเร็จ
ทั้งนี้เนื่องจากจำนวนโครโมโซมในแต่ละสกุลย่อยแตกต่างกัน
ทำให้ยากต่อการติดฝัก
แต่ในความยากนี้ก็ยังมีบางคู่ผสมที่สามารถผสมพันธุ์จนติดฝักและให้ลูกผสมได้
(ดู The Nymphaea
subgenus Anecphya x subgenus Brachyceras Hybrids ใน WGI ONLINE Volume 3 Number 1) |
|
ผลการตรวจสอบลูกผสม
ทั้งวิธีการตรวจสอบลักษณะทางสัณฐานวิทยา และการตรวจสอบด้วยเครื่องหมายโมเลกุล
ทั้ง 2 วิธี
สามารถยืนยันได้ว่าลูกผสมดังกล่าวมีความเป็นลูกผสมจริง
จึงสรุปได้ว่า
ลูกผสมนี้เกิดจากการผสมข้ามของบัวสกุลย่อยจริง
เป็นลูกผสมข้ามสกุลย่อยต้นใหม่ที่เกิดจากการผสมพันธุ์กันระหว่าง
บัวสกุลย่อย
Nymphaea กับ
Brachyceras ของสกุล Nymphaea |
|
ทำไมจึงเรียกว่าบัวฝรั่งสีน้ำเงิน เนื่องจากลูกผสมเกิดจากการผสมเกสรระหว่างบัวฝรั่งกับบัวผัน ดังนั้นชื่อที่ควรกล่าวอ้างถึงควรจะเป็นทั้งบัวฝรั่งและบัวผัน แต่อย่างไรก็ตามลูกผสมมีลักษณะเฉพาะที่สำคัญส่วนใหญ่ของบัวฝรั่ง ส่วนดอกมีสีอยู่ในกลุ่มของสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีหลักของบัวผัน ข้อมูลจากตารางที่ 2 จะสนับสนุนว่าลูกผสมเป็นบัวฝรั่งสีน้ำเงิน |
|
ตารางที่ 2: เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างบัวฝรั่งกับบัวผัน (ดัดแปลงจาก:
How Do You Tell The Difference Between
Tropical and Hardy Waterlilies? โดย
Kit Knotts) |
|
ลักษณะ |
บัวฝรั่ง |
บัวผัน |
|
ดอก |
ประกอบด้วย
สีขาว,
กลุ่มของสีชมพู, แดง, เหลือง
และแสด
ส่วนมากดอกจะลอยที่ผิวน้ำ
และมีลักษณะเป็นรูปถ้วย
มีบ้างที่เป็นรูปคล้ายดาว |
ประกอบด้วย
สีขาว,
กลุ่มของสีชมพู, แดง, เหลือง, แสด, น้ำเงิน, ม่วง
และสีออกเขียว
ดอกทั้งหมดชูเหนือน้ำ
ปกติมีลักษณะเป็นรูปคล้ายดาว
แต่ก็มีบางพันธุ์คล้ายถ้วย |
|
Carpel |
ภายในรังไข่จะประกอบด้วยหลาย
Carpel แต่ละ Carpel
ที่อยู่ติดกัน
ผนังของ Carpel
จะเชื่อมติดกัน
เรียกลักษณะนี้ว่า
“Syncarpous” ซึ่งเป็นลักษณะของบัวฝรั่ง
(Conard, 1905) |
ภายในรังไข่จะประกอบด้วยหลาย
Carpel แต่ละ Carpel
ที่อยู่ติดกัน
ผนังของ Carpel
จะแยกจากกันได้โดยอิสระ
เรียกลักษณะนี้ว่า
“Apocarpous” ซึ่งเป็นลักษณะของบัวผัน
(Conard, 1905) |
|
ใบ |
ใบบัวฝรั่งค่อนข้างหนาคล้ายหนัง
ขอบใบเรียบ
แผ่นใบด้านบนส่วนมากเป็นสีเขียว
ยกเว้นบางพันธุ์
เช่น N. 'Arc-en-ciel' มีสีเขียว, ชมพู
และน้ำตาลแดง |
ใบบัวผันปกติแล้วจะค่อนข้างบาง
ขอบใบหยักคล้ายซี่ฟัน
ใบด้านบนอาจเป็นสีเขียวพื้น,
มีจุดประ
หรือมีลาย |
|
นิสัยการเจริญ |
บัวฝรั่งมีลำต้นใต้ดินเป็นแบบเหง้า
มีการเจริญเติบโตไปในแนวราบ
แตกตาด้านข้างของเหง้าเป็นต้นใหม่ |
บัวผันเจริญจากใจกลางของหัว
ใบและดอกจะเจริญออกจากใจกลางนี้
การเจริญของหัวเจริญขึ้นในแนวดิ่ง |
|
จากตารางที่
2
ลักษณะสำคัญที่ใช้จำแนกว่าเป็นบัวฝรั่ง
ก็คือ ผนังของ
Carpel
จะเชื่อมติดกัน
แบบ Syncarpous, ขอบใบเรียบ
และมีลำต้นใต้ดินเป็นแบบเหง้าที่เจริญเติบโตไปในแนวราบ
ซึ่งลักษณะเด่นที่ใช้ตัดสินว่าบัวนั้นเป็นบัวฝรั่งหรือบัวผัน
ก็คือสองลักษณะดังกล่าวข้างต้น
จะเห็นได้ว่าลูกผสมข้ามสกุลย่อยนี้
มีคุณลักษณะสำคัญทั้งสองประการดังกล่าว
จึงสามารถตัดสินได้ว่าลูกผสมนี้เป็นบัวฝรั่ง
ที่ดอกมีรูปร่างคล้ายถ้วย
แต่ชูเหนือน้ำ
และเหนือสิ่งอื่นใดลูกผสมมีดอกที่เป็นสีม่วงน้ำเงิน
ซึ่งยังไม่เคยมีมาก่อนในบัวฝรั่ง
จึงสามารถอ้างสิทธิ์ได้ว่า
ลูกผสมต้นนี้เป็น
“บัวฝรั่งสีน้ำเงินต้นแรกของโลก” |
|
|
ฝันที่เป็นจริง นับจาก Joseph
Bory Latour-Marliac คนแรกที่ประสพความสำเร็จในการผสมพันธุ์บัวฝรั่ง
บัวฝรั่งสีน้ำเงินจึงเป็นความใฝ่ฝันของนักผสมพันธุ์ที่มุ่งสร้างสรรค์
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งศตวรรษจุดมุ่งหมายยังคงเป็นเพียงความฝัน
และแล้วในปี
ค.ศ.2007 ความฝันได้กลายเป็นความจริง
เมื่อบัวฝรั่งสีน้ำเงินต้นแรกของโลกได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาในประเทศไทย
เพื่อเป็นเกียรติแด่ถิ่นกำเนิดของลูกผสมนี้
จึงขอตั้งชื่อว่า
‘สยามบลูฮาร์ดดี้’ |
|
The
Quest for a Blue Hardy - The Historical Perspective
English
| Thai
Profile - Pairat Songpanich
WGI
ONLINE
Journal Table of Contents
|
Water Gardeners International |